วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เกาหลีใต้เผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค.พุ่งแรงสุดในรอบ 7 ปีหลังรบ.ใช้แผนฟื้นเศรษฐกิจ

น.ส.สิราภรณ์ แก้วศรีนวล 5001203006
ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค.พุ่งขึ้นแตะระดับ 109 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี จากเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 106 จุด เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยที่ถูกปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ได้ช่วยหนุนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้นจากภาวะถดถอยรุนแรง
ธนาคารกลางเกาหลีใต้กล่าวในแถลงการณ์ว่า "ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อยู่ในระดับสูงกว่า 100 จุดบ่งชี้ว่า ผู้บริโภคที่มีมุมมองเป็นบวกต่อเศรษฐกิจมีจำนวนมากกว่าผู้ที่มีมุมมองเป็นลบ เศรษฐกิจเกาหลีใต้ไตรมาสสองขยายตัวรวดเร็วที่สุดในรอบ 6 ปี เนื่องจากยอดส่งออกและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนดีดตัวขึ้น เศรษฐกิจเกาหลีใต้ไตรมาสสอง ขยายตัวสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี เพราะได้ปัจจัยบวกจากการใช้มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐบาลและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตัวเลขผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาสสอง เพิ่มขึ้น 2.3% จากช่วงไตรมาสแรกที่ขยับขึ้นเล็กน้อย 0.1% และมากกว่าที่นักวิเคราะห์จากโพลล์บลูมเบิร์กคาดการณ์ไว้ที่.2% อีกทั้งยังเป็นอัตราการขยายตัวที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2546 ซึ่งโตในระดับ 2.6% แต่หากเทียบเป็นรายปี GDP ลดลง 2.5% เกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งประเทศในเอเชียที่เศรษฐกิจดีดตัวขึ้นเช่นเดียวกับจีนและสิงคโปร์ หลังจากที่เกิดวิกฤตค่าเงินตกต่ำ 26% เมื่อปีที่แล้วจากความวิตกกังวลว่าบริษัทเอกชนจะไม่สามารถชำระหนี้ต่างประเทศได้ แต่เกาหลีใต้ก็สามารถหาทางออกจากวิกฤตดังกล่าวด้วยการทำข้อตกลงสว็อปค่าเงินดอลลาร์กับสหรัฐ และอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบธนาคาร รวมถึงกระตุ้นการใช้จ่ายและจัดตั้งเงินทุนให้ธนาคารพาณิชย์และปรับลดดอกเบี้ย สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน
ที่มา http://www.ryt9.com/s/iq03/616260/
อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.0-2253-5050 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th--
คำถาม
1.เศรษฐกิจเกาหลีใต้ไตรมาสสองขยายตัวรวดเร็วที่สุดในรอบ กี่ปี
2.ตัวเลขผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาสสอง เพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็น
3.เกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งประเทศในเอเชียที่เศรษฐกิจดีดตัวขึ้นเช่นเดียวกับประเทศอะไร

ไทยเล็งเจรจาซื้อน้ำมัน-ก๊าซเพิ่มจากพม่าระหว่างประชุมรมต.พลังงานอาเซียน

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ในวันที่ 28-30 ก.ค.นี้ จะเดินทางไปประเทศพม่า เพื่อเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน, อาเซียน+3 และอาเซียน+6 รวมทั้งร่วมประชุมในแบบทวิภาคีกับกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อกระชับความสัมพันธ์และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาค และไทยอาจใช้โอกาสนี้หารือกับทางการพม่าเพื่อเจรจาซื้อขายและความร่วมมือพัฒนาแหล่งก๊าซเพิ่มเติม
สำหรับบทบาทสำคัญของประเทศไทยในการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนครั้งนี้ คือ ไทยเป็นประธานร่างแผนปฏิบัติการของพลังงานอาเซียน 2010-2015(ASEAN Plan of Action for Energy Cooperation,APAEC) ซึ่งมีความร่วมมือใน 7 ด้าน คือ 1.แผนงานสายส่งไฟฟ้าอาเซียน ASEAN Power Grid 2.แผนงานการวางท่อก๊าซอาเซียน(Trans ASEAN Gas Pipeline,TAGP) 3.ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด 4.ความร่วมมือด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและอนุรักษ์พลังงาน 5.แผนงานการใช้พลังงานหมุนเวียน 6.การวางนโยบายและแผนพลังงานอาเซียน 7.แผนความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งแผนทั้ง 7 ข้อได้ร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมนำเสนอต่อที่ประชุมจ้าหน้าที่อาวุโสด้านพลังงาน ก่อนนำเสนอที่ประชุม รมว.พลังงานอาเซียนเพื่อให้ความเห็นชอบ ซึ่งจะเป็นการช่วยเศรษฐกิจของภูมิภาคให้เกิดความมั่นคง และนำไปสู่การมีประชาคมอาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียวในปี 2015 กล่าวคืออาเซียนจะเป็นหนึ่งเดียว มีตลาดเดียว เพื่อต่อสู้กับกลุ่มประเทศอื่นๆได้ "การประชุมครั้งนี้ไทยอาจจะได้รับโอกาสเพิ่มขึ้นจากการเจรจาในการสำรวจน้ำมันและก๊าซ รวมถึงการเจรจาต่อรองจัดซื้อก๊าซธรรมชาติ และไทยอาจมีการเจรจากับพม่าเพื่อรักษาความสัมพันธ์การซื้อขายและการพัฒนาแหล่งก๊าซเพิ่มเติมจากพม่า" รมว.พลังงาน ระบุ นอกจากนี้ จะมีความชัดเจนจากแผนปฏิบัติการความร่วมมือความตกลงอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียมฉบับใหม่ หรือ APSA และที่สำคัญไทยจะใช้เวทีนี้ในการแสดงจุดยืนและศักยภาพด้านพลังงานทดแทนให้เป็นที่ประจักษ์กับประเทศอื่นๆ เช่น การจัดทำแผนพลังงานทดแทน 15 ปี การส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซล ซึ่งไทยมีการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน

ที่มาhttp://www.ryt9.com/s/iq03/616558/
อินโฟเควสท์ โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/ศศิธร โทร.0-2253-5050 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--

คำถาม
1.นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เดินทางไปร่วมประชุมที่ประเทศใด
2.การประชุมครั้งนี้จุดประสงค์เพื่ออะไร
3.APSAคืออะไร

น.ส.สาวิตรี สรสมศักดิ์ 5001203002 g.2

ไทยเล็งเจรจาซื้อน้ำมัน-ก๊าซเพิ่มจากพม่าระหว่างประชุมรมต.พลังงานอาเซียน

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ในวันที่ 28-30 ก.ค.นี้ จะเดินทางไปประเทศพม่า เพื่อเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน, อาเซียน+3 และอาเซียน+6 รวมทั้งร่วมประชุมในแบบทวิภาคีกับกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อกระชับความสัมพันธ์และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาค และไทยอาจใช้โอกาสนี้หารือกับทางการพม่าเพื่อเจรจาซื้อขายและความร่วมมือพัฒนาแหล่งก๊าซเพิ่มเติม
สำหรับบทบาทสำคัญของประเทศไทยในการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนครั้งนี้ คือ ไทยเป็นประธานร่างแผนปฏิบัติการของพลังงานอาเซียน 2010-2015(ASEAN Plan of Action for Energy Cooperation,APAEC) ซึ่งมีความร่วมมือใน 7 ด้าน คือ 1.แผนงานสายส่งไฟฟ้าอาเซียน ASEAN Power Grid 2.แผนงานการวางท่อก๊าซอาเซียน(Trans ASEAN Gas Pipeline,TAGP) 3.ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด 4.ความร่วมมือด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและอนุรักษ์พลังงาน 5.แผนงานการใช้พลังงานหมุนเวียน 6.การวางนโยบายและแผนพลังงานอาเซียน 7.แผนความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งแผนทั้ง 7 ข้อได้ร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมนำเสนอต่อที่ประชุมจ้าหน้าที่อาวุโสด้านพลังงาน ก่อนนำเสนอที่ประชุม รมว.พลังงานอาเซียนเพื่อให้ความเห็นชอบ ซึ่งจะเป็นการช่วยเศรษฐกิจของภูมิภาคให้เกิดความมั่นคง และนำไปสู่การมีประชาคมอาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียวในปี 2015 กล่าวคืออาเซียนจะเป็นหนึ่งเดียว มีตลาดเดียว เพื่อต่อสู้กับกลุ่มประเทศอื่นๆได้ "การประชุมครั้งนี้ไทยอาจจะได้รับโอกาสเพิ่มขึ้นจากการเจรจาในการสำรวจน้ำมันและก๊าซ รวมถึงการเจรจาต่อรองจัดซื้อก๊าซธรรมชาติ และไทยอาจมีการเจรจากับพม่าเพื่อรักษาความสัมพันธ์การซื้อขายและการพัฒนาแหล่งก๊าซเพิ่มเติมจากพม่า" รมว.พลังงาน ระบุ นอกจากนี้ จะมีความชัดเจนจากแผนปฏิบัติการความร่วมมือความตกลงอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียมฉบับใหม่ หรือ APSA และที่สำคัญไทยจะใช้เวทีนี้ในการแสดงจุดยืนและศักยภาพด้านพลังงานทดแทนให้เป็นที่ประจักษ์กับประเทศอื่นๆ เช่น การจัดทำแผนพลังงานทดแทน 15 ปี การส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซล ซึ่งไทยมีการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ไม่ได้เอาเปรียบ น้ำมันแพง อ้างราคาน้ำมันโลก

นางสาวฐาปณี หลาบหนองแสง ID 5001203023


รอง ผอ.สนพ. เผย ก.คลัง ยังไม่ได้หารือกับกระทรวงพลังงานว่าจะมีการลดภาษีสรรพสามิต น้ำมันลงหรือไม่ จากที่เมื่อ กลางเดือนพ.ค. ปรับขึ้นภาษีไป 2 บาทต่อลิตร ระบุราคาน้ำมัน ส่วนใหญ่จะมาจากราคาตลาดโลก...

นายชวลิต พิชาลัย รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าววันนี้ (10 ก.ค.) ว่า กระทรวงการคลังยังไม่ได้หารือกับกระทรวงพลังงานว่าจะมีการลดภาษีสรรพสามิต น้ำมันลงหรือไม่ จากที่เมื่อ กลางเดือนพ.ค. ปรับขึ้นภาษีไป 2 บาทต่อลิตร แต่กรมสรรพสามิตได้เชิญ สนพ.ไปหารือเรื่องโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยเสนอว่าค่าการตลาดค้าปลีกและค่าขนส่ง ปัจจุบันเป็นอัตราลอยตัว จะกลับไปใช้ ระบบอัตราคงที่ได้หรือไม่ หลังมีเสียงสะท้อนจากประชาชนเรื่องราคาน้ำมันแพงอย่างมาก ประเด็น ดังกล่าว หากดูข้อเท็จจริง จะพบว่า ค่าการตลาดในน้ำมันมีสัดส่วนต่ำมากเพียงประมาณร้อยละ 5 และค่าการตลาดที่เหมาะสมควรจะอยู่ที่ 1.50 บาทต่อลิตร และโครงสร้างค่าการตลาดก็เป็นโครงสร้างลอยตัว ขึ้นอยู่กับภาวะการแข่งขันผู้ค้าน้ำมัน

"
หากดูภาพรวม ผู้ค้าน้ำมันไม่ได้เอาเปรียบประชาชนมากนัก ราคาน้ำมัน ส่วนใหญ่จะมาจากราคาตลาดโลก ภาษีและเงินกองทุนต่าง ๆ ที่มีการจัดเก็บ" รองผู้อำนวยการ สนพ. กล่าวและว่า ในส่วนของราคา น้ำมันสัปดาห์นี้หากตลาดโลกยังปรับลดลงอย่างต่อเนื่องและ กองทุนน้ำมัน เชื้อเพลิงไม่เก็บเงินกองทุน เพิ่มก็ มีโอกาสที่ราคาน้ำมันในประเทศไทยอาจปรับลดลงได้


คำถาม


1. การที่ราคาน้ำมันจะลดลงมีปัจจัยอะไรบ้าง?

2. โครงสร้างราคาน้ำมันโดยค่าการตลาดค้าปลีกและค่าขนส่งปัจจุบันอยู่ในอัตราอะไร

3. การเก็บภาษีน้ำมันขึ้นกับกระทรวงอะไร?


ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์